Recommended
อย่าลืมแจ้งตม. 30 เมื่อคุณคิดปล่อยเช่าอสังหาฯ ให้ชาวต่างชาติ
ทันทีที่ผู้เช่าชาวต่างชาติเข้าห้องพักที่คุณปล่อยเช่า คุณอาจคิดว่าหน้าที่ในฐานะของเจ้าบ้านได้เสร็จสิ้นลงแล้ว แต่ไม่ใช่เช่นนั้นค่ะ เพราะสิ่งที่ต้องทำในขั้นตอนต่อไปก็คือการแจ้ง ‘ตม. 30’ หรือ การแจ้งข้อมูลของลูกค้าชาวต่างชาติที่เข้ามาพักในห้องของเรา ให้กับที่ทำการตรวจคนเข้าเมือง หรือสถานีตำรวจในท้องที่ ได้รับทราบ ตามพระราชบัญญัติ คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 การแจ้งตม. 30 นี้ ไม่ว่าใครที่ประกอบกิจการโรงแรม เกสเฮ้าส์ แมนชั่น อพาร์ตเม้นท์ สถานประกอบการ หรือบ้านเช่า ก็ต้องทำการแจ้งว่ามีชาวต่างชาติเข้าพักอาศัย ‘ภายใน 24 ชั่วโมง’ นับจากเวลาเข้าพัก และที่สำคัญก็คือ ชาวต่างชาติผู้นั้นต้องได้รับอนุญาตให้เข้าอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ต้องผ่านการตรวจเข้าเมืองตามกฎหมาย ต้องเข้ามาประกอบอาชีพ หรือทำธุรกิจที่ถูกกฎหมาย ซึ่งหากเจ้าของห้องท่านใดไม่ปฎิบัติตาม จะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท นั่นเองค่ะ สำหรับในส่วนของวิธีการแจ้งตม. 30 นั้น สามารถทำได้ 3 วิธีด้วยกัน ดังนี้ 1. แจ้งด้วยตนเอง หรือ มอบหมายให้คนอื่นนำเอกสารมาแจ้ง – ดาวน์โหลดแบบฟอร์มการแจ้งรับคนต่างชาติเข้าพักอาศัย http://bangkok.immigration.go.th/download/tm30.doc – ภายในแบบฟอร์มจะประกอบด้วยเอกสาร 2 ส่วน ส่วนที่ 1 ให้กรอกข้อมูลของเจ้าบ้าน เจ้าของ หรือผู้ครอบครองเคหะสถาน รวมถึงที่ตั้งของสถานที่ที่มีคนต่างชาติเข้าพัก แล้วลงชื่อผู้แจ้งให้เรียบร้อย ส่วนที่ 2 จะเป็นบัญชีรายชื่อคนต่างด้าวที่เข้าพักอาศัย ให้เจ้าบ้านกรอก ชื่อคนต่างด้าว สัญชาติ เลขหนังสือเดินทาง วันเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ประเภทวีซ่า วันครบกำหนดอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทย ช่องทางเข้า เลขที่บัตรขาเข้า (บัตรตม.6 ที่แนบมากับหนังสือเดินทาง) และ ความเกี่ยวพัน โดยในส่วนนี้ให้อิงข้อมูลจากหนังสือเดินทางของชาวต่างชาติเป็นหลัก และใช้วิธีพิมพ์หรือเขียนในการกรอกข้อมูลเท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นการเขียนให้เขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด และควรเว้นช่องว่างระหว่าง ชื่อ ชื่อกลาง และนามสกุลให้ชัดเจน – นำแบบฟอร์มที่กรอกเสร็จเรียบร้อยไปยื่น โดยถ้าเคหสถานนั้นที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ให้แจ้งที่ แจ้งที่ช่องบริการ ‘แจ้งที่พักอาศัย’ ที่ศูนย์ราชการ เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถนนแจ้งวัฒนะ ตามวันและเวลาราชการ แต่กรณีที่เคหสถานนั้นตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด ...
Read More รู้ผลตอบแทนการเช่าง่ายๆ ผ่าน 3 วิธีคำนวณ Rental Yield
หากใครมีความคิดที่จะลงทุนปล่อยเช่าคอนโด หนึ่งสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนเลยนั่นก็คือผลตอบแทนที่จะได้รับ เพราะถ้าไม่ได้คำนวณค่าใช้จ่ายตรงนี้ให้ถี่ถ้วนการลงทุนเพื่อ ‘ผลกำไร’ อาจกลายเป็น ‘ขาดทุน’ ไปได้ไม่ยาก โดยวันนี้เราจะมาสอนวิธีคำนวณอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า หรือ ‘Rental Yield’ กัน ก่อนจะเริ่มไปคำนวณ เรามารู้เกณฑ์กันก่อนว่าเราต้องได้ผลเฉลี่ยออกมาเท่าไหร่ถึงจะถือว่าการลงทุนนี้ได้รับผลตอบแทน ‘ดี’ โดยเกณฑ์ที่นิยมใช้กันคือการนำไปเปรียบเทียบกับอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนคอนโดฯ ในย่านใจกลางกรุง ที่อยู่ในระดับ 5-7% ดังนั้นถ้าคำนวณออกมาแล้วผลของเราออกมาในระดับนี้หรือสูง ก็เท่ากับว่าคอนโดนี้น่าลงทุน ทั้งนี้ ในส่วนของการซื้อด้วยเงินกู้ อัตราผลตอบแทนที่ได้ในส่วนนี้ควรสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ อย่างน้อย 2% ถึงจะถือว่าอยู่ในระดับที่น่าลงทุน เนื่องจากระดับ 2% จะสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เราลงทุนไปกับคอนโด เช่น ค่าส่วนกลางต่างๆ ทั้งหมดได้ . เมื่อเข้าใจเช่นนี้แล้วเรามาเริ่มคำนวณกันเลยค่ะ ‘Rental Yield’ หรือ การคำนวณอัตราผลตอบแทนจากการเช่าที่ว่านี้สามารถแบ่งเป็นออกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ 1. Gross Rental Yield หรือ คำนวณอัตราผลตอบแทนจากการเช่าเบื้องต้น ใช้ประเมินเวลาสำรวจคอนโดหรือบ้าน โดยสูตรคือ ค่าเช่าที่คาดว่าจะได้รับตลอดทั้งปี / ราคาอสังหาฯ ที่ซื้อ x 100 ตัวอย่างเช่น คอนโดราคา 1,700,000 บาท คิดค่าเช่าเดือนละ 9,000 บาท ค่าเช่าทั้งปีจะอยู่ที่ 9,000 x 12 = 108,000 บาท เอามาคำนวณตามสูตรจะได้ (108,000 / 1,700,000) x 100 = 6.6% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยที่ดี เพราะอยู่ที่อัตราเฉลี่ย 5-7% 2. Net Rental Yield เป็น การคำนวณอัตราผลตอบแทนจากการให้เช่าสุทธิ โดยมีการนำค่าส่วนกลางมาคำนวนด้วย โดยสูตรคำนวณให้เอา ค่าเช่าที่คาดว่าจะได้รับตลอดทั้งปี-ค่าส่วนกลาง / ราคาอสังหาฯ ที่ซื้อ x 100 ตัวอย่างเช่น ค่าเช่าทั้งปี 108,000 บาท ค่าส่วนกลาง 14,040 ...
Read More ‘ฮ่องกง’ ตลาดเล็กที่กำลังมา
จากเหตุการณ์ความไม่สงบในฮ่องกงที่กินเวลามากว่าหลายเดือน และดูเหมือนว่าจะยังคงดำเนินต่อไป ส่งผลให้ชาวฮ่องกงบางส่วนเริ่มมองหาและลงทุนกับที่อยู่อาศัยนอกประเทศกันมากขึ้นเพื่อใช้เป็นที่อยู่ชั่วคราว เหมือนกับ ‘เซฟเฮ้าส์’ ซึ่งประเทศไทยเองก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ชาวฮ่องกงให้ความสนใจ . จากข้อมูลของพร๊อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า ชาวฮ่องกงนิยมอยู่คอนโดย่านใจกลางเมือง อย่างเช่น สุขุมวิท เนื่องจากเดินทางสะดวก มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อีกทั้งยังเป็นมิตรต่อชาวต่างชาติ ชาวต่างชาติสามารถใช้ชีวิตได้ง่าย โดยห้องที่ชาวฮ่องกงให้ความสนใจคือคอนโดขนาด 1-2 ห้องนอนราคาอยู่ในช่วง 5-10 ล้านบาท . อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับตลาดจีนแล้ว ฮ่องกงยังถือว่าเป็นตลาดที่เล็กมาก แต่ก็น่าจะมีแนวโน้มที่ดีในอนาคตและในระยะยาว เนื่องจากฮ่องกงมีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่อยู่อาศัย และ ราคา กล่าวคือ ราคาอสังหาฯ นั้นแพงมาก แต่พื้นที่อยู่อาศัยที่ได้กลับเล็กมากเช่นกัน คนฮ่องกงจึงมีแนวโน้มที่จะลงทุนกับอสังหาฯ ในต่างประเทศที่ดูคุ้มค่าและสามารถทำกำไรได้มากกว่า ถึงแม้ว่าอาจไม่ได้ใช่เป็นที่อยู่อาศัยหลักก็ตาม . นอกจากนี้ สำหรับนักลงทุนทั้งจีนและฮ่องกง ที่ต้องการย้ายฐานผลิตมายังอาเซียน เมื่อเจอตัวเร่งอย่างสถานการณ์ความไม่สงบในฮ่องกง ที่กระทบต่อการค้าโดยตรง ก็ทำให้ตัดสินใจเข้ามาลงทุนในอาเซียนเร็วขึ้น ซึ่งไทยเองก็อีกหนึ่งจุดหมายปลายทาง เพราะอยู่ใกล้กับฮ่องกง ไม่มีปัญหาด้านการเมืองและประวัติศาสตร์ต่อกัน อีกทั้งยังมีความคิดและไลฟ์สไตล์ไม่ต่างกันมากนัก ดังนั้น ในอนาคตก็อาจมีกลุ่มนักธุรกิจเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทยมากขึ้นด้วย ดังนั้น ต่อไปในอนาคตตลาดฮ่องกง ก็อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ในไทย
Read More




