
Hot แค่ไหนถามใจดู
ขายดีอย่างต่อเนื่องกับโครงการ Mulberry Grove Sukhumvit ทั้งตลาดจีนตลาดญี่ปุ่น ลูกค้าหรือเอเจ้นท์ท่านไหนสนใจ ติดต่อกันมาได้เรื่อยๆเลยนะจ๊ะ ของดีมีน้อย โครงการคุณภาพ หมดแล้วจะเสียใจ แอดไม่อยากให้พลาดบริษัทเอเจ้นท์คอนโดสัญชาติไทย-ญี่ปุ่น “Shinyu Real Estate”
สนใจคอนโดราคาพิเศษ และบริการแบบ One Stop Service
Buy / Sell / Rent / Inspection / Interior / Management
Website : www.shinyurealestate.com
Youtube : https://bit.ly/31rjlk2
Wechat : shinyurealestate
Instagram : https://bit.ly/3khuECN
LINE@ : https://lin.ee/536xXCX
Tel : 02-001-3033
Recommended
ไม่แจ้งตม.30 มีความผิดตามกฎหมาย!?
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดจะปล่อยห้องพักให้ชาวต่างชาติเช่าแล้วล่ะก็ สิ่งจำเป็นที่จะต้องรู้ก็คือ ทุกครั้งที่มีชาวต่างชาติมาเข้าพัก เจ้าของห้อง จำเป็นต้องแจ้งตม.30 เพื่อรายงานการเข้าพักของชาวต่างชาติ “ทุกคน” ต่อกรมการตรวจคนเข้าเมือง “ภายใน 24 ชม.” นับตั้งแต่ชาวต่างชาติผู้นั้นเข้าพักด้วย . จริง ๆ กฎหมายข้อนี้ก็ได้บังคับใช้มานานแล้ว แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าไม่ใช่เพียงเจ้าของโรงแรมหรือเกสต์เฮ้าส์เท่านั้นที่ต้องแจ้ง แต่คนที่ปล่อยห้องเช่า หรือ คนทั่วไปที่มีครอบครัว เพื่อน หรือ คนรู้จักที่เป็นชาวต่างชาติมาพักอาศัยก็จำเป็นต้องแจ้งด้วยเช่นเดียวกันค่ะ ทั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการป้องกันพวกลักลอบเข้าเมืองหรือผู้ร้ายข้ามแดนนั่นเองค่ะ . แล้วถ้าไม่แจ้งหรือแจ้งไม่ทันจะเป็นอย่างไร? ถ้าไม่อยากเซอร์ไพรส์หน้างาน เราตามมาดูกันดีกว่าว่าจะต้องเจออะไรบ้างหากไม่แจ้ง . ตามกฎหมาย ระบุไว้ว่า ถ้าเจ้าของห้องพักไม่แจ้งตม. 30 หรือไม่แจ้งว่ามีชาวต่างชาติมาเข้าพักอาศัยในห้องเช่าของตัวเอง จะถือว่าฝ่าฝืนกฎหมาย และต้องโดนปรับไม่เกิน 2,000 บาท ต่อชาวต่างชาติ 1 คน ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีชาวต่างชาติมาเช่าห้องของเรา 2 คน และเราไม่ได้แจ้งตม.30 ภายใน 24 ชม. ก็จะต้องโดนโทษปรับ 2,000 x 2 = 4,000 บาท . ทั้งนี้ อีกหนึ่งข้อที่ต้องรู้ก็คือ หากชาวต่างชาติคนนั้น เดินทางออกนอกประเทศ หรือ เดินทางไปพักที่อื่น แล้วกลับมาพักกับเราใหม่ แม้ออกไปเพียงไม่กี่วัน เราก็จะต้องรายงานตม.30 ใหม่อีกครั้ง ไม่เช่นนั้น จะถือว่าเราฝ่าฝืนกฎหมาย และต้องถูกปรับอยู่ดี เนื่องจากละเลยในการรายงานต่อเจ้าหน้าที่ . ดังนั้น หากใครจะปล่อยเช่าให้ชาวต่างชาติ ก็อย่าลืมให้ความสำคัญกับการแจ้งตม.30 กันด้วยนะคะ และสำหรับหลายๆ ท่านที่ปล่อยเช่าผ่านเอเจนซี ก็ควรจะเลือกเอเจนซีที่ไว้วางใจได้ เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดระหว่างขั้นตอนต่าง ๆ เพราะถึงอย่างไร สุดท้ายแล้ว ผู้ที่ต้องรับผิดชอบในทางกฎหมายก็คือเจ้าของห้อง
Read More 5 เทรนด์อสังหาฯ ประจำปี 2020
วันนี้ Shinyu Real Estate จะพาทุกท่านมาส่องเทรนด์อสังหาฯ ในปีหน้า รู้ไว้ใช่ว่า ลงทุนปีหน้าไม่พลาดแน่นอนค่ะ 😉 . :: วัยที่ลงทุนกับอสังหาฯ มากที่สุดคือ Millennials :: ตามข้อมูลจาก realtor.com ระบุว่าช่วงปีที่ผ่านมาลากยาวจนถึงปีหน้า Millennials หรือผู้ที่เกิดในช่วงปี ค.ศ. 1981-1996 หรือคนที่มีอายุ 21-37 ปี คือช่วงวัยที่ลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์มากที่สุดในตลาด ทั้งนี้ เป็นเพราะคนในวัยนี้ คือช่วงอายุที่เริ่มทำงาน มีหน้าที่การงานที่มั่นคง และเก็บเงินสร้างเนื้อสร้างตัวกันได้บ้างแล้ว จึงเริ่มขยับขยายซื้อบ้าน ซื้ออสังหาริมทรัพย์ ตามด้วย Gen X หรือผู้ที่เกิด ค.ศ.1965 – 1980 และ Baby Bloomer ที่ค่อนข้างมีสถานภาพการงานและการเงินมั่นคงมากกว่า มีสินทรัพย์ในครอบครองที่อยู่ตัวแล้ว . :: คนมองหาห้องเช่ามากกว่าจะซื้อบ้าน :: ในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำทั่วทั้งโลกอย่างในปัจจุบัน ทำให้กำลังซื้อของคนชะลอตัวลงไปด้วยอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ราคาแพงก็ยิ่งเข้าถึงได้ยากมากขึ้นสำหรับคนหลายๆ กลุ่ม ดังนั้น คนจึงเลือกที่จะเช่าห้องมากกว่าจะซื้อบ้าน เพราะมีความยืดหยุ่นสูงกว่านั่นเอง . :: เหล่านักพัฒนาอสังหาฯ เปลี่ยนเป้าหมายไปลงทุนนอกกรุงเทพฯ มากขึ้น :: ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านจะสังเกตได้ว่าในหน้าข่าวอสังหาริมทรัพย์ เต็มไปด้วยข่าวการพัฒนาโครงการอสังหาฯ ใหม่ ทั้งในเขตพื้นที่ EEC อย่าง ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และเมืองใหญ่อื่นๆ ทั่วประเทศอย่างภูเก็ต ขอนแก่น และเชียงใหม่ สำหรับเขตพื้นที่ EEC เป็นเขตพื้นที่ที่จะยกระดับเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจอย่างเต็มตัว มีโครงการต่างๆ ของรัฐที่กำลังถูกพัฒนาอยู่มากมาย อย่างเช่น โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก, โครงการรถไฟความเร็วสูง, โครงการพัฒนาท่าเรือ แหลมฉบัง และ โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรม มาบตาพุด เมื่อโครงการเหล่านี้เสร็จสิ้น จะสามารถดึงดูดทั้งแรงงาน ชาวต่างชาติ และนายทุนเข้ามาอยู่อาศัย ทำงาน ท่องเที่ยว และลงทุนได้มากขึ้น จึงกลายเป็นพื้นที่ที่นักพัฒนาอสังหาฯ ทั้งหลาย จับตามองเป็นพิเศษ . :: คนคาดหวังกับบ้านที่มีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก ...
Read More ‘ฮ่องกง’ ตลาดเล็กที่กำลังมา
จากเหตุการณ์ความไม่สงบในฮ่องกงที่กินเวลามากว่าหลายเดือน และดูเหมือนว่าจะยังคงดำเนินต่อไป ส่งผลให้ชาวฮ่องกงบางส่วนเริ่มมองหาและลงทุนกับที่อยู่อาศัยนอกประเทศกันมากขึ้นเพื่อใช้เป็นที่อยู่ชั่วคราว เหมือนกับ ‘เซฟเฮ้าส์’ ซึ่งประเทศไทยเองก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ชาวฮ่องกงให้ความสนใจ . จากข้อมูลของพร๊อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า ชาวฮ่องกงนิยมอยู่คอนโดย่านใจกลางเมือง อย่างเช่น สุขุมวิท เนื่องจากเดินทางสะดวก มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อีกทั้งยังเป็นมิตรต่อชาวต่างชาติ ชาวต่างชาติสามารถใช้ชีวิตได้ง่าย โดยห้องที่ชาวฮ่องกงให้ความสนใจคือคอนโดขนาด 1-2 ห้องนอนราคาอยู่ในช่วง 5-10 ล้านบาท . อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับตลาดจีนแล้ว ฮ่องกงยังถือว่าเป็นตลาดที่เล็กมาก แต่ก็น่าจะมีแนวโน้มที่ดีในอนาคตและในระยะยาว เนื่องจากฮ่องกงมีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่อยู่อาศัย และ ราคา กล่าวคือ ราคาอสังหาฯ นั้นแพงมาก แต่พื้นที่อยู่อาศัยที่ได้กลับเล็กมากเช่นกัน คนฮ่องกงจึงมีแนวโน้มที่จะลงทุนกับอสังหาฯ ในต่างประเทศที่ดูคุ้มค่าและสามารถทำกำไรได้มากกว่า ถึงแม้ว่าอาจไม่ได้ใช่เป็นที่อยู่อาศัยหลักก็ตาม . นอกจากนี้ สำหรับนักลงทุนทั้งจีนและฮ่องกง ที่ต้องการย้ายฐานผลิตมายังอาเซียน เมื่อเจอตัวเร่งอย่างสถานการณ์ความไม่สงบในฮ่องกง ที่กระทบต่อการค้าโดยตรง ก็ทำให้ตัดสินใจเข้ามาลงทุนในอาเซียนเร็วขึ้น ซึ่งไทยเองก็อีกหนึ่งจุดหมายปลายทาง เพราะอยู่ใกล้กับฮ่องกง ไม่มีปัญหาด้านการเมืองและประวัติศาสตร์ต่อกัน อีกทั้งยังมีความคิดและไลฟ์สไตล์ไม่ต่างกันมากนัก ดังนั้น ในอนาคตก็อาจมีกลุ่มนักธุรกิจเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทยมากขึ้นด้วย ดังนั้น ต่อไปในอนาคตตลาดฮ่องกง ก็อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ในไทย
Read More