
เปิดแล้ว! ช่องทางใหม่ๆที่จะทำให้เราใกล้ชิดกันมากขึ้น 💙
พบกับ Official Instagram ของชินยูได้แล้ววันนี้ ทีมจะคอยอัพเดตบริการของเรา รวมทั้งทรัพย์ราคาน่ารักมากมาย อย่าลืมกดติดตามกันด้วยนะคะ เดี๋ยวจะคุยกับเค้าไม่รู้เรื่อง ❗
.
และอีกหนึ่งช่องฝากห้องกับ Line Official Account ไม่ว่าจะเป็นเช่าหรือขายเราก้ยินดีให้บริการพร้อมทำการตลาดให้กับลูกค้าทุกคน
แล้วพบกันนนะคะ 😀

Recommended
Hot!! ขายไม่หยุดกับ Mulberry Grove Sukhumvit
Hot แค่ไหนถามใจดู ขายดีอย่างต่อเนื่องกับโครงการ Mulberry Grove Sukhumvit ทั้งตลาดจีนตลาดญี่ปุ่น ลูกค้าหรือเอเจ้นท์ท่านไหนสนใจ ติดต่อกันมาได้เรื่อยๆเลยนะจ๊ะ ของดีมีน้อย โครงการคุณภาพ หมดแล้วจะเสียใจ แอดไม่อยากให้พลาดบริษัทเอเจ้นท์คอนโดสัญชาติไทย-ญี่ปุ่น “Shinyu Real Estate” สนใจคอนโดราคาพิเศษ และบริการแบบ One Stop Service Buy / Sell / Rent / Inspection / Interior / Management Website : www.shinyurealestate.com Youtube : https://bit.ly/31rjlk2 Wechat : shinyurealestate Instagram : https://bit.ly/3khuECN LINE@ : https://lin.ee/536xXCX Tel : 02-001-3033
Read More ลดค่าโอนและค่าจดจำนอง โอกาสทองในวิกฤตอสังหาฯ จริงหรือ!?
เมื่อไม่นานมามีทางรัฐบาลได้มีมติเห็นชอบให้ใช้มาตรการกระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัย โดยการลดค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% เหลือ 0.01% ของราคาประเมิน และลดค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% ของราคาประเมิน สำหรับที่อยู่อาศัยใหม่ที่มีราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งมาตรการนี้ จะช่วยกระตุ้นให้คนเข้ามาซื้ออสังหาฯ ทั้ง บ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม กันมากขึ้น เพราะที่มาในปีนี้เศรษฐกิจมีการชะลอตัว กำลังซื้อหด ทำให้ตลาดอสังหาฯ ซบเซาตามไปด้วย โดยเฉพาะอสังหาฯ ที่ราคาไม่เกิน 3 ล้าน ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่ค้างอยู่ในสต็อกกว่า 50% . อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับทุกฝ่าย โดยมีทั้งข้อดีและข้อจำกัด ดังต่อไปนี้ . ในส่วนของข้อดี มาตรการนี้ได้เอื้อประโยชน์ต่อผู้บริโภคในกลุ่มผู้ซื้อระดับรายได้น้อย-ปานกลาง และผู้ที่มีเงินเย็น เพราะสามารถลดภาระต้นทุนในการซื้ออสังหาฯ ลงไปได้ เรียกได้ว่าอาจเป็นโอกาสทองในการเข้าซื้ออสังหาฯ เพราะนอกจากจะได้ลดค่าโอน-ค่าจดจำนองแล้ว ยังเป็นช่วงที่ผู้ประกอบการต้องหาโปรโมชันต่างๆ มาลด แลก แจก แถม เพื่อกระตุ้นยอดขาย และสำหรับผู้ประกอบการที่ถืออสังหาฯ ที่ระดับระคาต่ำกว่า 3 ล้านเอง ก็จะสามารถระบายสต็อกออกได้มากขึ้นจากมาตรการนี้ . ถึงกระนั้น ถ้าว่ากันตามจริงแล้ว แค่มาตรการนี้อาจไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นตลาดอสังหาฯ ให้ ฟื้นคืนดังเดิม เนื่องจากมาตรการนี้ไม่ได้ครอบคลุมทุกระดับราคาของอสังหาฯ แต่จะเน้นไปที่กลุ่มราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งที่อยู่อาศัยในระดับราคานี้ก็จะอยู่แค่เพียงในกลุ่มของ ทาวน์เฮ้าส์ และ คอนโดมิเนียม รอบนอกกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด เท่านั้น และถึงจะเป็นกลุ่มใหญ่ในตลาดแต่ก็น่าจะไม่มากพอที่จะส่งผลต่อตลาดมากนัก ถ้าเทียบกับการออกมาตรการที่ครอบคลุมทุกระดับราคา ซึ่งเคยมีมาตรการนี้ออกมาเมื่อปี 2558 . นอกจากนี้ ช่วงนี้เศรษฐกิจก็ยังซบเซาอย่างต่อเนื่อง แม้จะลดค่าโอนและค่าจดจำนอง ผู้บริโภคก็ยังคงไม่มีกำลังมากพอที่จะซื้อ เพราะผู้บริโภคกลุ่มนี้ ได้รับผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนมากกว่ากลุ่มไหน ตลอดจนปัญหาเรื่องการความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อจากธนาคาร และหนี้สินของภาคครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง . จะเห็นได้ว่าแม้มาตรการฟังผิวเผินแล้วดูดี แต่ก็อาจไม่มากพอที่จะกระตุ้นตลาดอสังหาฯ ให้กลับมาคึกคัก เนื่องจากมาตรการยังคงไม่ครอบคลุม และยังคงมีปัจจัยต่างๆ ทางเศรษฐกิจที่เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญ
Read More ไวรัสโคโรน่าส่งผลอย่างไรต่ออสังหาริมทรัพย์ไทย?
สถานการณ์อสังหาริมทรัพย์อย่างที่ทราบกันดีว่าในปีนี้ยังอยู่ในภาวะชะลอตัว อันเนื่องมาจากปัจจัยต่างๆไม่ว่าจะเป็น สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ สงครามการค้าอิหร่าน-สหรัฐฯ เงินบาทแข็งค่า มาตรการ LTV ปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองภายใน ฯลฯ สิ่งต่างๆเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นและอัตราการซื้อการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักลงทุนและผู้ซื้อต่างชาติ . สำหรับตลาดที่เราจะโฟกัสในวันนี้คือตลาดผู้ซื้อและนักลงทุนชาวจีนที่เรียกได้ว่าเป็นกำลังซื้อสำคัญของตลาดอสังหาฯในช่วงปีที่ผ่านมา แต่ก็มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลกระทบ ทั้งเรื่องข้อจำกัดในการนำเงินออกนอกประเทศ เงินบาทที่แข็งค่า และในวันนี้ปัจจัยสำคัญที่เราต้องเผชิญและเรียกได้ว่าส่งผลกระทบต่อวงการอสังหาฯมากพอสมควรคือ “ไวรัสโคโรนา” . ผู้ซื้อและนักลงทุนชาวจีนหายไปจากตลาดอสังหาฯ ลากยาวมาตั้งแต่ช่วงตรุษจีนที่เป็นวันหยุดยาว ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนหายไปจากตลาดเกือบหมดกระทบต่อตลาดอสังหาฯประเภทปล่อยเช่า ทั้งเซอวิสอพาร์ทเม้น โรงแรม ฯลฯ ส่วนตลาดคอนโดมิเนียมคาดว่าจะได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อยเนื่องจากในช่วงหยุดยาวชาวจีนใช้เงินในการจับจ่ายใช้สอยมากที่สุด . สำหรับผลกระทบของไวรัสโคโรนาที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้กระทบโดยตรงต่อจำนวนผู้ซื้อชาวจีน แต่หากมองกลับกันกลับพบว่า จากที่ประเทศจีนมักเกิดปัญหาโรคระบาดร้ายแรงบ่อยครั้ง เช่น โรคซาร์ส จะทำให้ชาวจีนบางส่วนหันมาซื้อที่อยู่อาศัยในไทยเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นบ้านหลังที่ 2 รับมือหากเกิดโรคระบาดร้ายแรงในอนาคต ซึ่งในปัจจุบันมีคนจีนบางส่วนย้ายมาอาศัยในประเทศไทยในช่วงที่จีนประสบปัญหา . การเกิดขึ้นของปัญหาและอุปสรรคบางครั้งมันเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่หากเราศึกษาข้อมูลให้ดี และวางแผนเพื่อรับมือกับมันได้อย่างครอบคลุม ก็จะทำให้เราสามารถแก้ไขปัญหาและผ่านพ้นมันไปได้ด้วยดี
Read More
